วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

วัดลอมพระเจ้าตอง ป่าซาง ลำพูน

วัดลอมพระเจ้าตอง ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เดิมเป็นวัดโบราณที่เคยมีสภาพเป็นวัดร้างรกร้างมานานหลายปี จนเหลือเพียงซากปรักหักพังและพื้นที่ป่ารก ต่อมาได้รับแรงศรัทธาจากพระภิกษุสงฆ์และคณะศรัทธาประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ 

คำว่า "ลอม" ในภาษาเหนือหรือภาษาล้านนา แปลว่า "กอง" หรือ "เนิน" (เช่น ลอมฟาง ที่หมายถึง กองฟาง) 

ชื่อวัดจึงสื่อถึงโบราณสถานดั้งเดิมที่มีลักษณะเป็นเนินดินหรือกองอิฐโบราณ ได้ค้นพบ "พระเจ้าตอง" (พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์หรือทองเหลืองตามภาษาถิ่น) ชาวบ้านในอดีตจึงเรียกขานต่อกันมาว่า "วัดลอมพระเจ้าตอง" เพื่อระลึกถึงพระพุทธรูปสำคัญบนเนินโบราณสถานแห่งนี้


 

วัดลอมพระเจ้าตองเคยเป็นวัดร้างเมื่อในอดีต ปัจจุบันเป็นศูนย์วิทยุกระจายเสียงวัดลอมพระเจ้าตอง มูลนิธิอาภิธัมมิกวิชชาลัย 







วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

พิธีถวายเทียนพรรษา วัดตีนดอย วัดพระนอนม่อนช้าง ลำพูน

เมื่อวันเสาร์ที่ 18/7/2569, 2026 ได้มีพิธีถวายเทียนพรรษา โดย ชมรมเกษียณสัมพันธ์ คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ วัดตีนดอย ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน คณะสมาชิกทั้งหมดได้เดินทางมาจากเชียงใหม่ พิธีเริ่มในเวลา 10.00 น. 

วัดตีนดอย เป็นวัดเล็กๆ ในชุมชนบ้านตีนดอย โดยกิจกรรมวันนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมแรกของ พระบุญส่ง ญาณวุฒโฑ เจ้าอาวาสวัดตีนดอยรูปที่ 22 (รักษาการเจ้าอาวาส รอการแต่งตั้งหลังเข้าพรรษา) ซึ่งย้ายมาจากวัดหนองเงือก โดยการทาบทามจากท่านเจ้าอาวาสรูปที่ 21 ก่อนที่ท่านจะย้ายไปจำวัดที่เชียงใหม่ 


และคณะสมาชิกได้มาถวายเทียนพรรษาต่อที่วัดพระนอนม่อนช้าง บ้านกิ่วมื่น ต.มะกอก อ. ป่าซาง จ.ลำพูน ด้วย ซึ่งทั้ง 2 วัดตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ห่างกันประมาณ 500 เมตร 

ตามตำนาน: เชื่อกันว่าหลังจากพระพุทธเจ้าทรงประดิษฐานรอยพระบาทที่วัดพระพุทธบาทตากผ้าแล้ว ได้เสด็จมายังหัวดอยม่อนช้าง และทรงประทับนอนสีหไสยาสน์ พร้อมทั้งประทานพระเกศาธาตุให้กับตายายสองผัวเมียที่มาถวายภัตตาหาร ต่อมาได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุและสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขึ้น

** แต่ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า นี่เป็นพระพุทธรูปปางนิพพาน เพราะหากเป็นปางไสยาสน์นั้นแขนและมือจะต้องตั้งรับพระเศียร **






วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

วัดศรีดอนมูล สารภี เชียงใหม่

วัดศรีดอนมูล เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ตั้งอยู่ที่ ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมล้านนาที่วิจิตรงดงาม 


ในอดีตมีชื่อเดิมว่า "วัดพระเจ้าก้นกึ่ง" สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระติโลกราช ก่อนจะถูกทิ้งร้างไปในช่วงสงครามและได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในภายหลัง


เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. - 17:00 น.วิหารหลวงพ่อเพชร: มหาวิหารขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามอลังการทั้งภายนอกและภายใน ประดับตกแต่งด้วยศิลปะล้านนาอย่างประณีต เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อเพชรอุดมทรัพย์สมปรารถนา" พระประธานที่ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องหน้าที่การงาน โชคลาภ และทรัพย์สินเงินทอง


บริเวณด้านหลังวิหารหลวงพ่อเพชรมีการจำลองบรรยากาศเมืองในหมอก แสดงเรื่องราวการลงมาโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้า ให้ความรู้สึกร่มรื่น


พระเจดีย์ 9 คณาจารย์" (หรือที่หลายคนนิยมเรียกว่า เจดีย์ครูบา) ซึ่งสร้างขึ้นโดย พระครูสิริศีลสังวร (ครูบาน้อย เตชปญฺโญ) เพื่อเป็นพุทธบูชาและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้แก่ผู้ที่มาเยือนภายในองค์เจดีย์ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและแกะสลักลวดลายศิลปะล้านนาอย่างละเอียดประณีตและดูขลังอลังการ บริเวณกลางโถงมีลักษณะฐานย่อมุมประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ หันออกไปตามมุมเจดีย์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เดินเวียนเทียนและทยอยกราบไหว้ขอพรได้อย่างทั่วถึง

มีรูปหล่อของ ครูบาผัด ปุญญกาโม (พระครูอดุลปุญญาภิรม) อดีตเจ้าอาวาสและพระอาจารย์องค์สำคัญผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้แก่ครูบาน้อย ตั้งไว้ให้ศิษยานุศิษย์ได้เข้ามากราบไหว้แสดงความกตัญญูกตเวทิตา
















พิธีพระราชทานเพลิงศพ เจ้าอาวาสวัดหนองสร้อย ลำพูน

เมื่อ 12 กรกฏาคม 2569 พิธีพระราชทานเพลิงศพท่านพระครูพิศาลวุฒิคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองสร้อย ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พุทธศาสนิกชนร่วมน้อมส่งดวงวิญญาณท่านพระครูพิศาลวุฒิคุณ สู่สัมปรายภพ สรวงสวรรค์ ถึงแด่พระนิพพานกันอย่างพร้อมเพรียง 





การขึงผ้าจีวร (หรือที่เรียกว่า "ผ้าเพดาน") บนปราสาทวางศพพระ ในคติความเชื่อของล้านนาและพุทธศาสนา หมายถึง การป้องกันเปลวไฟและควันธูปไม่ให้สัมผัสองค์พระโดยตรง เปรียบเสมือนการกางกั้นไม่ให้ของต่ำหรือความร้อนแผ่ไปสู่สวรรค์ชั้นฟ้า 

สื่อถึงพุทธบริษัท ๔: ชายจีวรทั้ง ๔ มุม
ที่โยงลงมาเปรียบเสมือนตัวแทนของ 
พุทธบริษัท ๔ (ภิกษุ, ภิกษุณี, 
อุบาสก, อุบาสิกา) ที่คอยค้ำจุนและเชิดชูพระพุทธศาสนาความหมาย

ด้านปริศนาธรรม: ผ้าจีวรที่ขึงเป็นเพดาน ๔ มุม หมายถึง จตุปาริสุทธิศีล ๔ (ศีลอันบริสุทธิ์ ๔ ประการของพระสงฆ์) ได้แก่ การสำรวมในปาฏิโมกข์, การสำรวมอินทรีย์, การเลี้ยงชีพโดยชอบ และการพิจารณาปัจจัย ๔ 





 




วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ป่าซาง ลำพูน

งานประเพณีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และ รอยพระพุทธบาทตากผ้า เกิดจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาว อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน โดยจะจัดขึ้นในเดือน 8 (เหนือ) แรม 8 ค่ำ เป็นการถวายสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาทและรอยตากผ้า ซึ่งเป็นพุทธสถานเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของอำเภอป่าซาง และจังหวัดลำพูน เป็นการสืบสานและส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามควรค่าแก่การอนุรักษ์ของจังหวัดลำพูนให้คงอยู่สืบไป 




ประเพณีสรงน้ำวัดพระพุทธบาทตากผ้า
สรงน้ำรอยพระพุทธบาท พระบรมสารีริกธาตุ รูปเหมือนครูบาพรหมา จัดขึ้นในวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2569
ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน







อานิสงส์จากการสรงน้ำพระ
จะส่งผลให้เราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีความสุข จิตใจผ่องใส สดชื่น สะอาด บริสุทธิ์ ปราศจากมลทิน ทำให้อยู่เย็นเป็นสุข เป็นมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว รวมถึงแผ่ผลบุญให้บรรพบุรุษ ญาติมิตร สรรพสัตว์และเจ้ากรรมนายเวรในงานจะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สามเณร เพื่อ อุทิศส่วนกุศล ให้แก่ บรรพชนผู้ล่วงลับ 





การแสดงวัฒนธรรมล้านนา การแสดงกลองบูชา กลองสะบัดชัย และ การแสดงฟ้อนเล็บ การแข่งขัน การจัดขบวนแห่น้ำสรงพระราชทาน ขบวนน้ำทิพย์จากดอยขะม้อ และ ขบวนแห่ครัวทาน ของคณะศรัทธา เคลื่อนสู่วัด การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐาน ณ มณฑปสรงพิธีอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และ รอยพระบาท การแข่งขันกลองหลวงล้านนา การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง


































วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569

งานปี๋ใหม่ไท 69 ไตยองเมิงหละปูน

 เมื่อ 20 เมษายน 2569 สมาคมไตยองเมิงหละปูน ได้จัดงานรดน้ำดำหัว วันปีใหม่ไท 69 ณ เฮือนดวงดี โฮมสเตย์หมู่บ้านดอนหลวง 19 หมู่7 บ้านดอนหลวง ตำบล แม่แรง อำเภอ ป่าซาง จังหวัด ลำพูน 51120 





โดยเมื่อปีที่แล้ว เพิ่งจะย้ายมาอยู่ลำพูน เลยได้มีโอกาสไปร่วมงานรดน้ำดำหัว วันปีใหม่ไท 68 ของสมาคมชาวไตยองเมิงหละปูน ที่จัดขึ้น ณ บ้านยองโบราณ 100 ปี ต.มะกอก อ.ป่าซาง จ. ลำพูน ด้วย




และยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เกี่ยวกับชาวยองเมืองลำพูน คือหมู่เรือนยองริมน้ำทา ใกล้ประตูกั้นน้ำบ้านกิ่วมื่น (วัดพระนอนม่อนช้าง) ซ.7 ซึ่งเจ้าของเรือนเหล่านี้เป็นเพื่อนกับ ด.ร ชัยวัชน์ หน่อรัตน์ สมาคมชาวยองเมิงหละปูน ได้อนุญาติให้เข้าไปถ่ายได้


 

วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569

เมืองลับแล อุตรดิตถ์

 เป็นครั้งแรกที่มาเยือนเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอะไรๆที่ Amazing มากๆ เคยได้ยินแต่ตำนานเมืองลับแล แต่วันนี้ได้มีโอกาสมาเยือนสะที และเป็นครั้งแรกที่กินข้าวพันผัก